CONVERSATION
คราวนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่องของเวลาครับเรื่องของเวลานี่ไม่ได้มีเพียงแค่การบอกเวลาว่ากี่โมงแล้วเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของวัน เดือน ปี และอื่น ๆ อีก ลองมาดูกันดีกว่าครับ ว่ามีอะไรกันบ้าง
ทีนี้การบอกเวลาเรื่องสำคัญก็คือลำดับตัวเลข ซึ่งบทที่แล้วเราก็ได้พูดกันไปแล้วเรื่องหนึ่ง-สิบ ทีนี้ในเรื่องของเวลาตัวเลยังมีมากกว่านั้นถ้าเราอยากจะบอกว่าสิบเอ็ด คุณสามารถเอาตัวเลขแต่ละตัวมาเรียงกัน เหมือนกับภาษาไทย อย่างเช่น สิบเอ็ด เราก็เอาคำว่า สิบ กับ หนึ่ง มารวมกัน ก็จะได้เป็น 十一 shí yī สือร์ อิ เป็นต้น
แต่ในการบอกเวลาบ่ายสองโมง คุณไม่สามารถใช้คำว่า 二 è เอ้อร์ นะครับ ต้องเปล่ยนมาใช้คำว่า 两 liǎng เหลี่ยง แทน ซึ่งเหมือนกับการบอกจำนวนของสองชิ้นนั่นแหละครับ
ทีนี้ การบอกเวลาก็ต้องมี คำว่า โมง นาที วินาที ตามท้าย ถูกมั๊ยครับ คำพวกนี้ในภาษาจีนก็มีเหมือนกัน เรียงตามลำดับดังนี้ครับ 点 分 秒 , diǎn fēn miǎo เตี่ยน เฟิน เหมี่ยว
ในกรณีของ สามสิบนาที หรือว่าครึ่งชั่วโมงนั้นเราสามารถใช้คำว่า 半 bàn ปั้น ที่แปลว่า ครึ่ง ได้เลย และ ถ้าเป็น สิบห้านาที ก็ใช้คำว่า 刻 kè เค่อ ได้เช่นกันครับ
ดังนั้น ถ้าเราต้องการบอกว่า แปดโมง เราก็พูดว่า 八点 bā diǎn ปาเตี่ยน
แปดโมงยี่สิบ ก็ 八点二十分 bā diǎn èr shí fēn ปาเตี่ยนเอ้อร์สือร์เฟิน
หรือถ้าจะเป็น แปดโมงครึ่ง ก็ 八点半 bā diǎn bàn ปาเตี่ยนปั้น หรือจะบอกว่า 八点三十分 bā diǎn sān shí fēn ปาเตี่ยนซานสือร์เฟิน ก็ได้ครับ
แล้วถ้า แปดโมงสิบห้า ก็ 八点一刻 bā diǎn yī kè ปาเตี่ยนอิเค่อ ครับ
ทีนี้ถ้าใครอยากจะบอกว่าอีกกี่นาทีจะกี่โมง ก็ให้ใส่คำว่า 差 chà ช่า ไว้ข้างหน้านาที คำว่า ช่า นี้แปลว่า ขาดไปอีก... เช่น 差一刻八点 chà yī kè bā diǎn ช่าอิเคอปาเตี่ยน ก็หมายถึง เจ็ดโมงสี่สิบห้า เป็นต้นแต่ในเมืองจีนไม่เรียกบ่ายโมงเป็นสิบสามนาฬิกานะครับ ถ้าจะบอกว่าเป็นช่วงเวลาไหนก็มักจะใส่ช่วงเวลาไว้หน้าเวลากี่โมง ช่วงเวลาเราสามารถแบ่งได้ดังนี้ครับ
ตอนเช้าก็ 早上 zǎo shàngเจ่าสร้าง ตอนเที่ยงก็ 中午 zhōng wǔ จงอู่ ตอนบ่าย-เย็นก็ 下午 xià wǔ เซี่ยอู่ ตอนค่ำก็ 晚上 wǎn shàng หว่านสร้าง เวลาจะใช้ก็ให้ใช้ดังนี้ครับ
เวลาพูดก็พูดได้ดังนี้ครับ 早上八点 zǎo shàng bā diǎn เจ่าสร้างปาเตี่ยน ก็หมายถึง แปดโมงเช้า
ส่วนวินาทีปกติเราไม่ค่อยพูดถึงกันสักเท่าไหร่ แต่ถ้าจะใช้ก็มีวิธีใช้เหมือนกับการบอกเวลาทั่วไปนั่นแหละครับ ทีนี้ก็เมื่อรู้ว่าจะบอกเวลายังไงแล้ว เราก็จำเป็นต้องมาดูด้วยว่าถ้าเราจะถามเวลาเราจะถามอย่างไร ใช้คำนี้ได้เลยครับ 几点 jǐ diǎn จี๋เตี่ยน หมายถึงกี่โมง ถ้าเราต้องการถามเขาว่าตอนนี้กี่โมง ก็พูดแบบนี้ครับ 现在几点了? xiàn zài jǐdiǎ เซี่ยนไจ้จี่เตี่ยนเลอ แปลว่า ตอนนี้กี่โมงแล้ว (คำว่าเซี่ยนไจ้ แปลว่า ตอนนี้ครับ)แต่ถ้าจะถามว่าทำอะไรตอนกี่โมง ก็ให้เอาคำกริยาใส่ไว้หลังคำว่า 几点 jǐ diǎn จี๋เตี่ยน เช่น เราจะถามว่า เธอตื่นนอนกี่โมง ก็พูดแบบนี้เลยครับ 你几点起床? nǐ jǐ diǎn qǐ cháung? หนี่จี๋เตี่ยนฉี่ฉวง (起床 qǐ cháung ฉี่ฉวง แปลว่า ตื่นนอน)
สำหรับเรื่องของวัน วันในภาษาจีน ก็ให้ใส่ตัวเลขลงไปหลังคำว่า 星期 xīng qī ซิงฉี ซึ่งหมายถึงสัปดาห์ ไล่ตั้งแต่1-6 คือตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ แต่พอเป็นวันอาทิตย์ก็ให้ส่คำว่า 天 tiān เทียน ที่แปลว่า วัน ลงไปแทน เรียงลำดับได้ดังนี้ครับ
星期一 xīng qī yī,星期二 xīng qī èr,星期三 xīng qī sān, 星期四 xīng qī sì,星期五 xīng qī wǔ,星期六 xīng qī lìu, 星期天 xīng qī tiān
ซิงฉีอิ ซิงฉีเอ้อร์ ซิงฉีซาน ซิงฉีซื่อ ซิงฉีอู่ ซิงฉีลิ่ว ซิงฉีเทียน นอกจากนี้ยังมีอีกคำที่ความหมายเหมือนกับซิงฉีนั่นก็คือ 礼拜 lǐ bài หลี่ป้าย เราสามารถเอาลงไปแทนคำว่า 星期 xīng qī ซิงฉี ได้เลยครับ ซึ่งมีความหมายเหมือนกัน
ส่วนในการถามวัน ว่าเป็นวันอะไร เราใช้คำว่า 星期几?xīng qī jǐ ซิงฉี่จี่ ครับ เช่น 今天星期几?jīn tiān xīng qī jǐ จินเทียนซิงฉีจี่ หมายถึง วันนี้วันอะไร (จินเทียน ก็หมายถึง วันนี้) เวลาตอบก็ 今天是星期 jīn tiān shì xīng qī จินเทียนซื่อซิงฉี..... ก็ว่ากันไป
ส่วนการระบุวันที่ให้ใช้คำว่า 号 hào เห้า ถ้าจำกันได้เราเคยเจอคำนี้ในการบอกหมายเลขรถโดยสารมาแล้ว ในคราวนี้เราก็เอา หมายเลขตั้งแต่ 1-31 มาใส่เข้าข้างหน้าได้เลยครับ
ถ้าจะถามวันที่ ก็ใช้คำว่า 几号 jǐ hào จี่เห้า เช่น ถ้าจะถามว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่ ก็ถามดังนี้ครับ 今天几号了 jīn tiān jǐ hào le จินเทียนจี่เห้าเลอ ทีนี้เวลาตอบเราก็ตอบแบบนี้เลยครับ 今天是几号了 jīn tiān shǐ hào จินเทียนซื่อ.....เห้า เป็นอันเสร็จ
คราวนี้ก็มาถึงเดือนกัน คำว่าเดือนในภาษาจีนอ่านว่า 月 yuè เย่ว์ ซึ่งหมายถึงพระจันทร์ได้ด้วย ถ้าเราจะบอกว่าเดือนไหนก็ใส่หมายเลขลงไปข้างหน้าเลยครับ เป็นอันจบ ส่วนการตั้งคำถามก็ใช้ 几 jǐ จี่ เข้าไปวางข้างหน้าครับ
ทีนี้ในบางครั้งเราอาจจะไม่ได้ต้องการระบุวันที่แน่นอนในเดือนนั้น ๆ เราอาจบอกคราว ๆ ได้อย่างนี้ครับ ต้นเดือน 月初 yuè chū เย่ว์ชู กลางเดือนก็ 月中 yuè zhōng เย่ว์จง ส่วนปลายเดือนก็ 月底 yuè dǐ เย่ว์ตี่ หรือเราอาจใช้คำว่า 旬 xǘn สวิน ซึ่งหมายถึง ช่วงระยะเวลาสิบวัน(คำนี้ถ้าใช้ในการบอกอายุจะหมายถึงช่วงเวลา 10 ปี) มาบอกแทนก็ได้ ซึ่งเราจะแบ่งเป็น 上旬 shàng xǘn สร้างสวิน 中旬 zhōng xǘn จงสวิน และ 下旬 xià xǘn เซี่ยสวิน หมายถึง ต้นเดือน กลางเดือน และ ปลายเดือนทีนี้เรามาดูเรื่องปี พ.ศ. 佛历 fó lì(ฝอลี่) หรือ ค.ศ. 公元 gōng yuán (กงเหยีวน) กัน วิธีการเรียกก็เรียกทีละหมายเลข ไม่มีหลักสิบหลักพันนะครับ แล้วใส่คำว่า 年 nián เหนียน ที่แปลว่าปีลงไปข้างท้ายเป็นอันจบ แต่ถ้าหากจะบอกว่ากี่ปี ก็ใส่หมายเลขได้ตามสบายแล้วตามด้วย 年 nián เหนียนเช่นกัน ห้ามพูดทีละเลขหมายนะครับ เช่นถ้าจะบอก 2003 ปี ก็บอกเป็น 两千零三年 liǎng qiān líng sān nián เหลี่ยงเชียนหลิงซานเหนียน แต่ถ้าจะพูดเป็น ปี 2003 ก็ต้องบอกว่า 二零零三年 èr líng líng sān nián เอ้อร์หลิงหลิงซานเหนียน ส่วนในเรื่องการถามว่าปีอะไร ก็ใช้คำว่า 哪儿一年? nǎr yī nián? หน่าอิเหนียน โดยใส่ 佛历 fó lì ฝอลี่ หรือ 公元 gōng yuán กงเหยีวน ไว้ข้างหน้า เพื่อระบุว่าอยากรู้เป็นปี พ.ศ. หรือ ค.ศ. แต่ถ้า 几年 jǐ nián จี่เหนียน หมายถึง กี่ปี
นอกจากนี้การถามว่า เมื่อไหร่ ก็ให้ใช้คำว่า 什么时候... shěn me shí hòu shěn me shí hòu เสิ่มมอซือโห้ว..... แล้วก็ตามด้วยคำกริยา เช่น 什么时候来? shěn me shí hòu lái? เสิ่มมอซือโห้วไหล หมายถึง มาเมื่อไหร่ แต่ถ้าจะถามว่านานแค่ไหน ก็ใช้คำว่า ....多长时间了? ...duō chํáng shí jián le? ตัวฉางสือเจียน เช่น จู้ไจ้เจ้อร์ตัวฉางสือเจียนเลอ หมายถึง อยู่นี่มานานเท่าไหร่แล้ว
เอาละครับ ถ้าไม่มีตกหล่นอะไรผมว่าน่าจะบอกคุณไปหมดแล้วละครับ เรื่องของเวลา เอาเป็นว่าถ้าใครอยากรู้อะไรมากกว่านี้ก็เมล์มาหาผมแล้วกันครับ สวัสดีครับ
