GRAMMAR
เราได้เรียนรู้เรื่องคำนามกันไปแล้วนะครับ ทีนี้เรามาดูเรื่องของคำกริยากันต่อแล้วกันครับ คำกริยาอธิบายกันง่าย ๆ ก็คือคำที่แสดงการกระทำ การเคลื่อนไหว การแสดงออกของความรู้สึกทางใจ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ รวมทั้ง การตัดสิน การเป็นเจ้าของ การดำรงอยู่ และ การบอกทิศทางด้วย เรามาลองดูตัวอย่างกันนะครับ
1.คำกริยาแสดงการเคลื่อนไหวต่าง ๆ เช่น 看、写 、画、站、谈、听、走 เป็นต้น
2.คำกริยาแสดงการกระทำต่าง ๆ เช่น 表示、保卫、拥护、通过、禁止
3. คำกริยาที่แสดงความรู้สึกทางใจ เช่น 爱、怕、想、喜欢、希望、知道
4.คำกริยาที่ใช้แสดงความเปลี่ยนแปลง เช่น 生、死,生长、发展、变化、开始
5.คำกริยาที่แสดงการตัดสิน การเป็นเจ้าของ การดำรงอยู่ 是、有、在
6.คำกริยาที่ใช้แสดงทิศทาง เช่น 上、下、进、出、起、过、回、来、去
โดยปกติอย่างที่เรารู้ ๆ กัน คำกริยาแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ กริยาที่ต้องมีกรรมมารองรับ กับ กริยาที่ไม่ต้องมีกรรมมารองรับ แต่สำหรับภาษาจีนเราแบ่งเป้นดังนี้ครับ
1.คำกริยาที่สามารถมีกรรมตามท้ายได้เพียงหนึ่ง 写信、看电视、听音乐、吃饭、保卫祖国,研究问题
2.คำกริยาที่สามารถมีกรรมตามท้ายได้มากกว่าหนึ่ง 给我书、教朋友汉语、告诉他们事情
3.คำกริยาที่ไม่ตามด้วยกรรมใด ๆ เช่น 活 、病、醒 、躺 、休息、咳嗽、胜利、出发、前进
ประเด็นหลักไวยกรณ์
1.คำกริยาโดยส่วนใหญ่สามารถมีกรรมตามท้าย
2.หลังคำกริยาโดยทั่วไปแล้วสามารถมี 了、着、过ตามท้าย เช่น 吃了、说着、看过
3. หลังคำกริยาสามารถเติมคำแสดงความสมบูรณ์ได้ เช่น 洗干净、走一趟、起得很早、带来
4.ข้างหน้าคำกริยาสามารถเติมคำเสริมได้ เช่น 也看、努力学习、只是、很尊重、明天来
5.รูปประโยคปฏิเสธคำว่า 不, 没(有) วางไว้หลังคำกริยา เช่น 不去、没(有)来
6. มีคำกริยาไม่น้อยสามารถสร้างเป็นคำซ้ำ 说说、看看、研究研究、整理整理
7.สามารถนำมาใช้สร้างเป็นรูปประโยคถามย้ำ เช่น 看不看、是不是、有没有
8.คำกริยาบางคำสร้างขึ้นมาโดยการต่อท้ายคำนามและคำคุณศัพท์โดยการเติมคำว่า 化 เช่น 工业化、现代化、绿化、合理化
การใช้คำกริยา
1. คำกริยาโดยส่วนใหญ่ใช้เป็นภาคแสดง เช่น 我们去送他杂志。
2. ใช้เป็นประธานของประโยค เช่น 节约光荣。讨论已经结束。
3. ใช้เป็นคำขยายนาม เช่น 这是喝得水。买的书在哪里?提的意见很正确。
4. ใช้เป็นกรรม 他喜欢游泳。我表示感谢。
5. ใช้เป็นคำเสริมส่วนสมบูรณ์ 你拿走。大家没听懂。
6. ใช้เป็นคำบอกสถานภาพหน้ากริยาหลัก 他注意地听着。我钦佩的看着他。
ข้อควรระวัง
1. คำกริยาในภาษาจีนไม่มีการเปลี่ยนรูปอย่างภาษาอังกฤษ
2. คำว่า 了จะอยู่หลังคำกริยาเสมอ เพื่อแสดงว่าการกระทำนั้น ๆ สิ้นสุดแล้ว เช่น 他写了一封信。
3. คำว่า 着วางไว้หลังคำกริยาเพื่อแสดงถึงความต่อเนื่องของการกระทำนั้น ๆ เช่น 他吃着饭呢。
4. คำว่า 过 วางไว้หลังคำกริยาเพื่อแสดงว่าการกระทำนั้นจบสิ้นเป็นที่เรียบร้อย หรือ เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต เช่น 我看过这本小说。
5. คำกริยา是มีความหมายค่อนข้างหลากหลาย ลองดูตัวอย่างข้างล่างนะครับ
A)ใช้ตัดสิน เช่น 我是泰国人。今天是星期天。
B)ใช้แสดงการดำรงอยู่ เช่น 那边是海关。楼前边是花园。
C)ใช้แบ่งกลุ่ม เช่น 那是他的,这是你的。
คำกริยา是มีลักษณะพิเศษทางไวยกรณ์ดังต่อไปนี้
A)คำกริยา 是ไม่ใช่คำกริยาแสดงการกระทำ ดังนั้นจึงไม่อาจตามด้วยคำว่า 了、着、过
A)คำกริยา 是ไม่สามารถเติมคำเสริมส่วนสมบูรณ์ใด ๆ ได้
A)คำกริยา 是ไม่อาจนำมาสร้างเป็นคำซ้ำได้
A)คำกริยา 是มีรูปปฏิเสธเป็น不是
6. คำกริยา有สามารถใช้ได้หลายกรณีเช่นกัน มาดูกันครับว่ามีอะไรกันบ้าง
A)ใช้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ เช่น 我有字典。
B)ใช้เพื่อแสดงการดำรงอยู่ เช่น 屋里有人。
C)เพื่อแสงถึงรายละเอียดของกลุ่ม เช่น 我的朋友有美国人、中国人。
D)แสดงถึงยอดรวม เช่น 一年有十二个月。
E)เพื่อแสดงปริมาณ เช่น 这些水果有三公斤。
คำกริยา有มีลักษณะพิเศษทางไวยกรณ์ดังต่อไปนี้
A)คำกริยา 有 ไม่อาจนำมาสร้างเป็นคำซ้ำได้
A)คำกริยา 有มีรูปปฏิเสธเป็น没有
7. คำกริยา在โดยปกติใช้เพื่อแสดงการดำรงอยู่ และมีข้อพึงระวังบางประการครับ
A)หลังคำกริยา 在ไม่สามารถเติมคำว่า 了、着、过
B)คำกริยา 在ไม่สามารถนำมาสร้างเป็นคำซ้ำได้
C)คำนามที่อยู่หลังคำกริยา 在ส่วนใหญ่จะเป็นคำนามแสดงสถานที่ เช่น 我在老师家。หากจะตามด้วยคำสรรพนามเพื่ออ้างอิงถึงจำเป็นต้องมีคำว่า 这儿、那儿เข้าร่วมด้วย เช่น 他在我这儿。
8. คำกริยาบางครั้งสามารถใช้เป็นประธานของประโยคได้ ในกรณีที่ภาคแสดงนั้นตามด้วยคำคุณศัพท์หรือกริยาที่แสดงถึงการเริ่มต้น การสิ้นสุด หรือ การตัดสินเป็นต้น เช่น表演开始。
9. คำกริยาที่แสดงถึงสภาวะในจิตใจสามารถมีคำบ่งบอกถึงระดับได้ เช่น 很喜欢、特别怕
10.คำกริยาซ้ำ
A)คำกริยาเสียงเดี่ยวหากต้องการสร้างคำซ้ำ สามารถใช้รูปแบบ AA ได้เลย เช่น 看看、坐坐
B)คำกริยาที่ประกอบด้วยคำสองคำเวลาจะทำเป็นคำซ้ำใช้รูปแบบ ABAB学习学习
เราลองมาดูคำกริยาแบบไหนที่สามารถทำเป็นคำซ้ำได้ว่ามีอะไรบ้างนะครับ
A)คำกริยาที่แสดงถึงการเคลื่อนไหวและการกระทำสามารถทำเป็นคำซ้ำได้ เช่น 听听、讨论讨论、收拾收拾
B)คำกริยาที่เป็นความคิดในเชิงบวก สามารถสร้างเป็นคำซ้ำได้เช่น 想想、考虑考虑、分析分析
ส่วนคำกริยาที่ไม่สามารถทำเป็นคำซ้ำได้ก็มีดังต่อไปนี้ครับ
A)คำกริยาที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือจิตใจ เช่น 怕、喜欢、羡慕
B)คำกริยาที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาการ เช่น 生、发展、开始
C)คำกริยาที่แสดงถึงการคงอยู่ การตัดสิน และ การเป็นเจ้าของ เช่น 在、是、像,有
D)คำกริยาที่แสดงทิศทาง เช่น 起、过、出、进
11.การใช้คำกริยาซ้ำมักมีความหมายแฝงดังนี้
A)แสดงว่ากริยานั้น ๆ เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ และรวดเร็ว
B)แสดงว่าเป็นการทดลองกระทำ
C)แสดงถึงสภาวะผ่อนคลาย
ข้อควรสังเกตในการใช้คำซ้ำ
A)หากต้องการสร้างคำซ้ำที่มีคำนามตามหลัง จะทำคำซ้ำได้ที่คำกริยาเท่านั้น เช่น 我擦擦桌子。
B)คำกริยาพยางค์เดี่ยว สามารถใช่คำว่า 一 ไว้ระหว่างกลางได้โดยที่ความหมายไม่เปลี่ยนแปลง แต่คำกริยาที่เป็นสองพยางค์ไม่อาจทำได้ เช่น 一 我想一想。
C)หากต้องการใส่คำว่า 了เพื่อแสดงว่าการกระทำนั้นเสร็จสิ้นแล้วให้ใส่ไว้ระหว่างกลางของคำซ้ำ เช่น 了我看了看。
เอาละครับประเด็นสำคัญ ๆ เรื่องคำกริยาก็มีเพียงเท่านี้ หวังว่าคงจะไม่ยากเกินไปนะครับ ไว้เจอกันในเรื่องต่อไปแล้วกันครับ โชคดีครับ
