ความรู้ทั่วไปจีน

OTHERS

ตารางปู้โส่วและการใช้พจนานุกรม

เรื่องที่กำลังจะพูดต่อไปนี้ค่อนข้างน่าปวดหัว ถึง ชวนมึนงงได้มากที่สุด ยังไงถ้าอ่านแล้วยังงงอยู่ก็เมล์มาสอบถามกันได้นะครับ จะพยายามอธิบายให้

ปู้โส่ว กับ การใช้ dictionary มีความเกี่ยวข้องกันแบบที่เรียกว่าแกะกันไม่ออกเลยละครับ แล้วนอกจากนี้ ปู้โส่ว ยังมีส่วนช่วยในการจดจำคำศัพท์ภาษาจีนได้อีกส่วนหนึ่งด้วย แล้วตกลงว่าไอ้เจ้า ปู้โส่ว ที่ว่านี่มันคืออะไรกันล่ะ

ปู้โส่ว จริงๆแล้ว คงพอจะเทียบเคียงได้กับ รากศัพท์ มั๊งครับ แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดแต่ปู้โส่วส่วนใหญ่สามารถบอกได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็นรากศัพท์นะครับ แต่ที่แน่ๆ ปู้โส่ว มีผล 100% เต็มในเรื่องของการใช้ dictionary ในการค้นหาคำศัพท์ เรามาเริ่มดูกันในเรื่องของการใช้ ปู้โส่ว ค้นหาคำศัพท์กันก่อนดีกว่าครับ แล้วเดี๋ยวผมจะบอกให้ว่า ปู้โส่ว มันไปเทียบเป็นรากศัพท์ได้อย่างไร

เราคงเห็นกันมาแล้วนะครับว่า ตัวอักษรภาษาจีนประกอบด้วยเส้นจำนวนมาก ทีนี้เวลาเราจะเปิด dictionary จะทำไงดี ก็อาศัยเจ้าปู้โส่วนี่ละครับ ด้วยการมองหาปู้โส่ว หรือ เส้นหลัก ในคำๆนั้นให้ได้เสียก่อน ที่นี้จะรู้ได้ไงว่าเส้นไหนเป็นปู้โส่ว อันนี้ต้องอาศัยความจำช่วยครับ เพราะปู้โส่วมันอยู่ได้เกือบทุกตำแหน่งของอักษรภาษาจีน ไม่ว่าจะเป็น บน ล่าง ซ้าย ขวา แต่ในตัวอักษรจีน 1 ตัวนั้น จะมี ปู้โส่ว อยู่แค่ตัวเดียวเท่านั้นแหละครับ บอกไปอย่างนี้ไม่ต้องถึงขนาดไปท่องจำ ปู้โส่ว นะครับ เห็นบ่อยๆก็วิเคราะห์ได้เองแหละครับ ทีนี้มาดูกันว่าปู้โส่วมีอะไรบ้างนะครับ ผมพยายามเรียบเรียงมาให้ ถ้าเผอิญมีผู้เชี่ยวชาญผ่านเข้ามา เห็นขาดตกตรงไหนไปก็ช่วยเมล์มาบอกด้วยแล้วกันนะครับ

ตารางปู้โส่ว

เราแบ่งเจ้าปู้โส่วออก ตามจำนวนเส้น เพราะฉะนั้นเมื่อนับกันแล้วจะแบ่งปู้โส่วได้ทั้งหมด 13 หมวด ก็เริ่มตั้งแต่ หมวด 1 เส้น จนถึง หมวด 13 เส้นนั่นแหละครับ

แต่นอกจากตรงนี้แล้ว ปู้โส่วยังมีสิ่งที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า variants อีก หรือ ถ้าจะเอาเป็นภาษาไทยคงพอจะแปลได้ว่า เป็นปู้โส่วที่มีการเขียนให้ต่างไปจากเดิม แต่ยังถูกจัดอยู่ในหมวดอยู่ของเส้นเดียวกัน ถ้ายังสงสัยก็ดูตารางข้างล่างได้เลยครับ

ตาราง variants

ตัวเลขที่อยู่ในตารางนี้ ก็ให้เอาไปเทียบกับในตารางที่ 1 ก็จะรู้ว่า ปู้โส่วหลักของมันคือตัวไหนบ้างนะครับ

ที่นี้เวลาที่เราต้องการหาคำศัพท์ เราก็ต้องรู้แล้วละครับว่า คำศัพท์คำนั้น มีตัวไหนเป็น ปู้โส่ว หรือ ถ้าหากหาแล้วไม่มี ปู้โส่ว ก็มาหาเลยครับว่ามี variants หรือเปล่า มันต้องมีอยู่ในตารางไหนสักอันนึงแน่นอนครับ ซึ่งเมื่อพบแล้วคราวนี้ก็ดูตัวเลขของปู้โส่วนั้นๆใน dictionary มันจะบอกว่าอยู่หน้าไหน (ไม่ใช่ตัวเลขที่ผมทำให้นะครับ) เปิดไปหน้านั้นได้เลย เสร็จแล้วคราวนี้ก็นับเส้นคำศัพท์คำนั้นๆที่ต้องการหาครับ ว่ามีกี่เส้น ไม่นับรวมปู้โส่วนะครับ พอรู้ปั๊บก็จะหาคำศัพท์นั้นเจอได้ไม่ยาก พร้อมกับเลขหน้าอีกแล้ว คราวนี้เปิดไปหน้าที่มันระบุไว้เลยครับ ก็จะรู้ทั้งคำอ่าน และ ความหมายของคำเลย เป็นอันเสร็จพิธี

ส่วนตารางข้างล่างนี้ เป็นการตรวจสอบปู้โส่วที่มีเป็นแบบตัวเต็มนะครับ สามารถเอาไปเทียบกับตารางแรกดูได้เพื่อที่จะได้รู้ว่าตัวย่อเขียนอย่างไร

ตารางตัวอักษรแบบเต็ม

ทีนี้ก็มาถึงเรื่องที่ว่า ปู้โส่ว ไหงกลายเป็นรากศัพท์ไปได้ คืองี้ครับ ปู้โส่ว ส่วนใหญ่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เส้นเฉยๆ แต่เป็นคำโดด มีความหมายในตัวของมันเอง เมื่อไปรวมกับคำอื่น ก็จะนำลักษณะความหมายของตัวเองไปพ่วงกับคำอื่นๆนั้นด้วยทำให้คำที่มีปู้โส่วเหล่านั้นอยู่มีความหมายใกล้เคียงกัน เช่นคำว่า แม่ พี่สาว น้องสาว ในภาษาจีนล้วนมีปู้โส่วตัวเดียวกัน นั่นก็คือคำว่า หนี่ว์ ถ้าจากในตารางก็เป็นปู้โส่วตัวที่ 36 ซึ่งมีความหมายว่า ผู้หญิง ทีนี้พอเจอคำศัพท์อย่างคำว่า แม่ แต่แปลไม่ออก ก็พอเดาได้ว่าอะไรไม่รู้ล่ะ แต่ผู้หญิงแหงๆ อะไรทำนองนี้นะครับ

เรามาทดลองเปิดพจนานุกรมกันแล้วกันนะครับ

สมมุติว่าเราต้องการหาคำว่า

1. เริ่มต้นก็ต้องมานั่งดูก่อนว่า ปู้โส่วของมันคืออะไร สมมุติว่ารู้แล้วว่า ปู้โส่วของมันคือ

2. นับดูว่า ปู้โส่ว มันมีกี่ขีด ในที่นี้มี 3 ขีด ก็เริ่มต้นไปหาที่หมวด ปู้โส่ว ที่มี 3 ขีด ก็จะพบว่า ปู้โส่วตัวนี้อยู่ที่หน้าไหน

3. เปิดไปที่หน้านั้นเลย ทีนี้ก็มาดูว่าคำนี้ขีดด้วยกี่ขีด ไม่นับรวมปู้โส่วนะครับ นับไปนับมาก็ได้ 5 ขีด

4. เช็คดูในหมวด ปู้โส่ว นั้นตรงตัวอักษรที่มี 5 ขีด ก็จะพบคำที่เราต้องการหาพร้อมเลขหน้าที่เราจะเปิดไปหาคำแปลและคำอ่าน เป็นอันเสร็จ