พิงอิง

PINYIN 2

คำศัพท์บทที่ 2

คราวนี้ก็เข้ามาบทที่ 2 แล้วนะครับ ในบทนี้จะเริ่มมีเรื่องของกฎไวยกรณ์เข้ามาเกี่ยวข้องแล้วนะครับ แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้นเรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าบทนี้เราจะเรียนรู้เรื่อง pinyin อะไรกันอีกบ้าง

ในส่วนของเสียงสระ คราวนี้เราจะเริ่มด้วย

ai เทียบเป็นเสียงในภาษาไทยได้ว่าเป็นเสียง "อาย หรือ ไอ" นะครับ

ei เทียบเสียงเป็นภาษาไทยได้ว่า "เอย" ครับ

ao เทียบเสียงเป็นภาษาไทยได้ว่า "อาว หรือ เอา" ครับ

ou เทียบเสียงเป็นภาษาไทยได้ว่า "โอว"

ส่วนเสียงพยัญชนะในบทนี้ก็มีดังต่อไปนี้

g เทียบได้เป็นตัวอักษร "ก"

k เทียบได้เป็นตัวอักษร "ค"

h เทียบได้เป็นตัวอักษร "ฮ"

ลองตรวจเทียบดูกับคำศัพท์ทางด้านบนนะครับ อ้อ! ผมลืมบอกไปนิดนึงอย่างคำบางคำผมเทียบเสียงเป็นอย่างนึงแต่ตัวอย่างกลับเป็นอีกคำ อย่างคราวนี้ก็ตัว k ผมเทียบเป็น ค.ควาย แต่จากตัวอย่างด้านบนกลับเป็น ข.ไข่ อันนี้ก็เนื่องจากเรื่องของการผันเสียงนะครับ อย่างคำศัพท์คำที่3ถ้าจะไล่เสียงก็จะได้เป็น - โคว, โขว, โข่ว, โข้ว -หวังว่าคงจะเข้าใจนะครับ (ถ้ายังไม่เข้าใจ ก็ถือซะว่าเป็นความผิดของข้าน้อย แต่คงไม่ถึงขนาดสมควรตายอะนะครับ เอาแค่เมล์มาสอบถามก็แล้วกัน)

ทีนี้ก็มาถึงเรื่องของหลักไวยกรณ์กันแล้วละครับ อย่าพึ่งตกใจ ไม่ยากหรอกครับ กฎเขามีอยู่ว่า ถ้าหากคำไหนมีเสียงอยู่ระดับ 3 ติดกันทั้งสองตัว ให้ลดเสียงตัวแรกเป็นระดับ 2 แทน แค่นี้ละครับ อย่างเช่น คำว่า "หนี่ เห่า" ที่แปลว่า "สบายดี"หรือ"ฮัลโหล" ที่เราได้ยินเขาเอาไว้ทักทายกันบ่อยๆนั่นแหละครับ คำนี้ถ้าว่ากันตามเสียงจริงๆต้องออกว่า "หนี่ เห่า" แต่เนื่องจากกฎข้อนี้ เลยต้องออกเสียงเป็น "หนี เห่า" เพราะกว่าเยอะเลย ทีนี้นึกออกมั๊ยครับว่าเขียนยังไง ก็ไม่มีอะไรยากครับแค่เอาคำศัพท์คำแรกกับคำที่สองของบทนี้มาเขียนติดกันแค่นั้นก็เรียบร้อย

เอาละทีนี้คำศัพท์จากบทนี้ สามารถเอามาผูกประโยคง่ายๆได้แล้วละครับ เรามาลองดูกัน

PINYIN

เนื้อหาทั้งหมดประกอบด้วย

บทที่ 1 [a o e i u ü][b p m f d t n l]

บทที่ 2 [ai ei ao ou][g k h]

บทที่ 3 [an en ang eng ong]

บทที่ 4 [zh ch sh r]

บทที่ 5 [ทบทวน]

บทที่ 6 [ia ie iao iou(iu)][j q x]

บทที่ 7 [ian in  iang ing  iong üe üan ün]

บทที่ 8 [z c s]

บทที่ 9 [ua uo uai uei(ui) uan uen(un) uang ueng er]

บทที่ 10 [ทบทวน]

EXAMPLE

ผูกประโยคง่าย ๆ ด้วยศัพท์ที่พึ่งเรียนกันไป

A:阿里,你好!

B:你好!

 

A: 你好,阿里!

B: 你好!

A: 玛丽好吗?

B: 好!

 

A: 阿里,你好!

B: 你好!

A: 你爸爸,妈妈好吗?

B: 好!

 

สำหรับตัวอย่างในนี้มีชื่อคนสองคนนะครับ คนแรกอ่านว่า 阿里อาหลี่(อาลี) คนที่สองชื่อ 玛丽หม่าลี่(แมรี่)นะครับ สำหรับตัวอย่างจะเจอคำหลัก อยู่สองคำนะครับ คำแรกคือ 你好หนีเห่า ซึ่งหมายถึง สวัสดี ส่วนคำว่า 好吗เห่ามะ หมายถึงสบายดีมั๊ย ในการทักทายผู้อื่น คำสรรพนามสามารถวางไว้ได้ทั้งหน้า หรือหลังคำว่า你好ก็ได้ครับ